ไขข้อสงสัย: ทานเห็ดหลินจือ ทำให้เกิดผื่นคัน มีผลข้างเคียงหรืออันตรายหรือไม่?

0
401
กินเห็ดแล้วคัน เกิดจาก ผื่นคันขับสารพิษ ออกมา

เห็ดหลินจือ คือสุดยอดสมุนไพรยาอายุวัฒนะที่หลายคนคุ้นเคยดี มันได้รับการยอมรับและถูกใช้เป็นยาบำรุงร่างกายมานับตั้งแต่โบราณ แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่า การรับประทานเห็ดหลินจือเพื่อบำรุงร่างกายหรือเพื่อรักษาโรคในปัจจุบันนั้นมีอันตรายหรือผลข้างเคียงต่อร่างกายของเราหรือไม่?

ซึ่งจากผลการทดลองและผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งในและต่างประเทศนั้น ต่างยืนยันผลวิจัยด้านความปลอดภัยว่าการรับประทานเห็ดหลินจือไม่มีอันตรายหรือผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกาย แต่การรับประทานเห็ดหลินจือในระยะแรกนั้น สำหรับบางคนอาจมีอาการสะท้อนกลับหรืออาการที่ร่างกายตอบรับแตกต่างกันออกไปคล้ายกับอาการแพ้ เช่น คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ มีอาการปากแห้ง เกิดภาวะท้องผูกหรือท้องเสีย ง่วงนอนบ่อย คันตามผิวหนัง ปัสสาวะบ่อย ท้องอืดหรือปวดท้อง รวมถึงอาการปวดศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะสารที่มีประโยชน์ในเห็ดหลินจือทำปฏิกิริยากับสารพิษในร่างกาย

หากใครที่รับประทานแล้วมีอาการดังกล่าว ให้ลดปริมาณเห็ดหลินจือลง ประมาณ 3-4 วันอาการต่างๆ จะทุเลาลงจนหายไปในที่สุด นอกจากนี้การรับประทานเห็ดหลินจือร่วมกับวิตามินซีก็จะช่วยให้อาการสะท้อนกลับเหล่านี้ลดน้อยลง ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และเกิดอาการข้างเคียงต่างๆ น้อยลง ด้วยเหตุนี้เองผู้รับประทานเห็ดหลินจือจึงไม่ควรตกใจ เพราะอาการต่างๆ นั้นไม่ใช่อาการแพ้หรือผลข้างเคียง (Side Effect) ไม่จำเป็นต้องหยุดทาน แต่เมื่อลดปริมาณลงและอาการดีขึ้นจนหาย ก็สามารถกลับมาทานตามปริมาณปกติได้

ส่วนผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างทานยาแผนปัจจุบันก็ไม่ควรหยุดยาของแพทย์ สามารถรับประทานเห็ดหลินจือร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ แต่ควรทานเห็ดหลินจือหลังจากทานยาตามปกติแล้วประมาณ 1 ช.ม ซึ่งวิธีการนี้เป็นการใช้การบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎี “การแพทย์ผสมผสาน” เพื่อประสิทธิภาพการรักษาและการบำรุงร่างกายให้ได้ผลสูงสุด

เห็ดหลินจือเป็นยาสมุนไพรโบราณที่ช่วยบำรุงร่างกายและรักษาโรคได้สารพัดโรค รวมถึงช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่มีพิษหรือผลข้างเคียงที่น่ากลัวต่อร่างกายอย่างที่หลายคนกังวล แต่เนื่องจากร่างกายของเราอาจตอบสนองต่อตัวยาของเห็ดหลินจือต่างกันออกไป จึงอาจทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้

อาการหลังกินเห็ดหลินจือ

16 อาการจากผลข้างเคียงของเห็ดหลินจือ หรือบางคนเรียกว่า อาการ กระทุ้ง โรค

ร่างกายจะแสดงอาการขับพิษของเห็ดหลินจือออกมาในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. รู้สึกปวดบริเวณกลางศีรษะจนถึงท้ายทอย อาจเกิดร่วมกับอาการมึนงง เกิดจากร่างกายอยู่ในภาวะความดันต่ำ ร่างกายขาดสารอาหาร เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดี
  2. มีขี้ตาออกเป็นก้อนผิดปกติ เกิดจากภาวะตับเสื่อมจนทำให้ขับพิษได้ไม่ดี
  3. รู้สึกปวดขมับ มึนบริเวณท้ายทอย อาจเกิดเพียงอาการเดียวหรือทั้งสองอาการพร้อมกัน เกิดจากความดันโลหิตสูง
  4. มึนงงและวิงเวียน เกิดจากความดันสูงและมีไขมันในเลือดสูง
  5. รู้สึกปวดข้อนิ้วหรือข้อตามร่างกาย เกิดจากโรครูมาตอยท์
  6. น้ำตาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ เจ็บไหล่หรือหน้าอกซ้าย เกิดจากภาวะปอดเสื่อมและระบบทางเดินหายใจไม่ดี
  7. ปวดไหล่ขวา เกิดจากภาวะปอดเสื่อม
  8. มีน้ำมูกใสไหลตลอดเวลา เกิดจากโรคภูมิแพ้ โรคไซนัสและโรคทางเดินหายใจอักเสบ
  9. หายใจถี่หรือใจสั่น เกิดจากร่างกายอยู๋ในภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
  10. จุกหรือเสียดบริเวณลิ้นปี่และหน้าอก เกิดจากโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กอักเสบและระบบดูดซึมไม่ดี
  11. ท้องอืด อึดอัด จุกบริเวณหลัง เกิดจากริดสีดวงทวารหรือการทำงานของระบบขับถ่ายและลำไส้ใหญ่ไม่ดี
  12. ปวดบริเวณหัวหน่าว เกิดจากมดลูก กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากเสื่อม
  13. มีเสมหะมาก รู้สึกคอแห้งตลอดเวลา เกิดจากหลอดลมหรือทางเดินหายใจอุดตัน สกปรก
  14. รู้สึกปวดสะโพก เข่าและข้อเท้า เกิดจากภาวะกรดยูริคสูงหรือโรคเก๊าท์
  15. ปวดร้อนร่างกายท่อนบนหรือร้อนตัววูบวาบ เกิดจากระบบหมุนเวียนของโลหิตไม่ดี
  16. ปวดเอว เกิดจากโรคไตหรือระบบขับถ่ายของเสียไม่ดี

เห็ดหลินจทอคือสมุนไพรที่เป็นสุดยอดของการบำรุงสุขภาพจากธรรมชาติ มีการวิจัยทางการแพทย์ที่พิสูจน์แล้วว่าเห็ดหลินจือช่วยบำบัดทั้งโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไต โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ รวมถึงช่วยต้านภาวะการอักเสบ ช่วยกำจัดและป้องกันสารอนุมูลอิสระ บำรุงและชะลอความเสื่อมของเส้นประสาท ทำให้นอนหลับสนิทขึ้นและยังช่วยปรับสมดุลต่างๆ ในร่างกายของเรา

เห็ดหลินจือมีสรรพคุณและประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากมาย ดังนั้นหากคุณคือหนึ่งในผู้ที่เพิ่งเริ่มรับประทานเห็ดหลินจือและร่างกายมีอาการข้างเคียงซึ่งเป็นอาการสะท้อนกลับเหล่านี้เกิดขึ้น ก็ไม่ต้องตกใจและสบายใจได้ เพราะอาการเหล่านั้นเป็นผลมาจากการที่สารสำคัญของเห็ดหลินจือกำลังช่วยขับสารพิษซึ่งอาจสะสมมานานออกจากร่างกายของเรา จนเมื่อร่างกายได้ฟื้นฟูและปรับสมดุลแล้ว เราก็จะสามารถรับประทานเห็ดหลินจือติดต่อกันได้โดยไม่มีโทษและผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเป็นพิษต่อร่างกายครับ